วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561

บ่อน้ำผุดแห่งเชียงดาว 8 ปีจะมีเพียง 1 ครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่อยู่ในเมืองไทย!

http://www.havilahs.com/%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-8/


บ่อน้ำผุดแห่งเชียงดาว 8 ปีจะมีเพียง 1 ครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่อยู่ในเมืองไทย!






หลายๆ คนที่ได้เห็นภาพน้ำบ่อผุดที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นครั้งแรกคงจะคิดว่ารูปนี้ถ่ายที่ต่างประเทศแน่ๆ เพราะด้วยบรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงประเทศญีปุ่น หรือประเทศเกาหลีใต้
แต่จริงๆ แล้วที่นี่อยู่ใกล้ๆ ตัวเราทุกคนแค่เชียงดาวนี้เอง และที่สำคัญบ่อน้ำผุดแห่งนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ 8 ปีจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

26113823_10212994867604780_52
26114035_10212994869724833_68
26219302_10212994868844811_34
ถือเป็นเรื่องประหลาดและน่ามหัศจรรย์มากเพราะที่นี่ไม่ใช่บ่อน้ำผุดเล็กๆ แต่เป็นทะเลสาบย่อมๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ซึ่งมีความแปลกอยู่ที่ว่าพื้นที่บริเวณนี้ในช่วงเวลาอื่นจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่มีน้ำขังแต่อย่างใด แต่เมื่อถึงเวลาในช่วงเดือนตุลาคม จะมีน้ำมาขังอยู่ที่บริเวณนี้จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดเล็ก
มีน้ำขังต่อไปจากเดือนตุลาคมอีกประมาณ 3 เดือน ไปตอนเช้าจะได้เห็นไอน้ำลอยขึ้นไปเหนือน้ำ จนคล้ายกับควันของ น้ำแข็งแห้ง บรรยากาศดีและโรแมนติกมากๆ
26167763_10212994868124793_30
26196265_10212994868484802_33
26219343_10212994867244771_35
บรรยากาศที่นี่จะคล้ายๆ ปางอุ๋งแต่เงียบสงบกว่ามาก และเป็นส่วนตัวเนื่องจากยังไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักที่นี่มากนัก คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใครอีกด้วย
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอันซีนที่เพิ่งจะมีคนค้นพบได้ไม่นาน และเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ยากมากเพราะในรอบ 8 ปีจะมีให้ชมเพียงแค่ครั้งเดียว ใครไม่อยากพลาดโอกาสนี้ต้องรีบไปดูก่อนที่น้ำในบ่อจะแห้งหายไปครับ
26165632_10212994870044841_71
26219311_10212994869244821_13
พิกัดบ่อน้ำผุดเชียงดาว : หนองหมูฮ่อ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
การเดินทาง : จากแยกอรุโณทัยเลี้ยวขวา 500 เมตรน้ำผุดอยู่ซ้ายมือ (ทางขึ้นดอยอ่างขาง)

แชร์ประสบการณ์ครั้งแรกในเมืองไทย ดินเนอร์หรูบนความสูง 50 เมตร

http://www.havilahs.com/%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81/


แชร์ประสบการณ์ครั้งแรกในเมืองไทย ดินเนอร์หรูบนความสูง 50 เมตร






เมื่อถูกถามว่ากลัวความสูงหรือเปล่า คำตอบแบบไม่ลังเลคือ “กลัว” แต่เมื่อรู้จุดประสงค์ของผู้ถามจึงขอเปลี่ยนคำตอบเป็น “ก็พอได้” เพราะนั่นคือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ไปสัมผัสบรรยากาศการทานอาหารบนฟ้า หรือ “Dinner in the Sky Thailand”  ที่เคยเห็นคลิปความหวาดเสียวผ่านตามาบ้าง
dinnerinthesky_180109_0001
dinnerinthesky_180109_0002
dinnerinthesky_180109_0015
ต้องบอกก่อนว่าเป็นโชคดีของคนไทย เพราะเป็นประเทศที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากมาเลเซีย ที่ได้สัมผัสบรรยากาศสุดฟินนี้ หากใครกลัวความสูงขอการันตีความปลอดภัย เพราะมีการใช้เครนเทเลสโคปิคจากยุโรปน้ำหนัก 200 ตัน ยกชุดโต๊ะอาหารพร้อมทั้งผู้ใช้บริการที่สามารถจุได้ 22 คน  บนเก้าอี้ที่รัดเข็มขัดนิรภัยปลอดภัยหายห่วง หลังจากนั้นเครนจะทำการยกพวกเราขึ้นไปลอยกลางอากาศ พร้อมบริการอาหารดินเนอร์หรูแบบ 4 คอร์ส ระดับ 5 ดาว
dinnerinthesky_180109_0007
dinnerinthesky_180109_0013
dinnerinthesky_180109_0019
การเดินทางมายังสถานที่ตั้งของ “Dinner in the Sky Thailand” สะดวกที่สุดคือมาโดย BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ ทางออกที่ 6 เดินผ่านสวนเบญจสิริประมาณ 100 เมตร  จะเห็นป้าย “สถานีพร้อมพงษ์” สีฟ้าสะดุดตา เลี้ยวเข้าไปได้เลย บรรยากาศภายในมีเลาจน์รองรับสะดวกสบาย ห้องน้ำมีให้บริการหากอยากปลดปล่อยก่อนไปเผชิญความเสียวบนที่สูง
dinnerinthesky_180109_0005
dinnerinthesky_180109_0031
เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม ไม่รอช้า เราเดินตรงไปยังที่นั่งที่ถูกล็อกไว้แล้ว ณ ตอนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มรัดเข็มขัด สอบถามความพร้อม ตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และมีการแนะนำตัวเชฟและผู้ช่วยเชฟ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นมาก เมื่อเครนเริ่มยกพวกเราขึ้นไปบนความสูง 50 เมตร ลมเย็นๆ เริ่มปะทะหน้า พร้อมๆ กับอาหารระดับ 5 ดาว ที่เริ่มเสิร์ฟให้เราเป็นคอร์สๆ เรื่องรสชาตินั้นในมุมมองของคนที่ไม่สันทัดเรื่องอาหารหรูๆ บอกได้เต็มปากว่า อร่อยทีเดียว โดยเฉพาะจานหลักที่สั่งเป็นซี่โครงเนื้อออสเตรเลียตุ๋น ขอบอกว่านุ่มละมุนลิ้นมาก ส่วนพี่คนข้างๆ ที่เลือกเนื้อแกะยังยกนิ้วการันตีเช่นกันว่า ‘พิเศษจริงๆ’ ในระหว่างที่ทานอาหารหากเรามีข้อสงสัยเรื่องอาหารสามารถสอบถามเชฟได้เลย
dinnerinthesky_180109_0039
dinnerinthesky_180109_0041
dinnerinthesky_180109_0043
dinnerinthesky_180109_0049
dinnerinthesky_180109_0054
dinnerinthesky_180109_0055
เวลา 60 นาที ที่ตอนแรกมองว่านานกับการที่จะต้องไปอยู่บนที่สูง ตอนนี้กลับมองว่าสั้นเกินไป เพราะวิวที่เราเห็นตรงหน้า กับบรรยากาศรอบๆ ข้าง ดนตรีบรรเลงเพลงฮิตตามยุคสมัย และความสนุกกับการถ่ายรูป ทำให้เพลินจนลืมว่าเราต้องลงไปสู่จุดเริ่มต้นแล้ว แอบเสียดายเหมือนกัน
dinnerinthesky_180109_0020
dinnerinthesky_180109_0021
สำหรับคนกลัวความสูงขอบอกเลยว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ด้วยมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย และบรรยากาศบนนั้น สวยงามเกินกว่าจะมานั่งกลัว 1 ชั่วโมง กับการใช้ชีวิตบนที่สูง 50 เมตร และอาหารสุดพิเศษนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีทีเดียว
dinnerinthesky_180109_0004
dinnerinthesky_180109_0035
หากสนใจเปิดประสบการณ์ดินเนอร์ลอยฟ้า สามารถจองที่นั่งออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.dinnerinthesky.co.th   วันจันทร์-ศุกร์ ราคา 4,990 บาท และวันเสาร์-อาทิตย์ ราคา 5,390 บาท รวมอาหาร 4 คอร์ส จากเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท โดยจะมีบริการวันละ 2 รอบ คือ รอบ Sunset เวลา 18.00 น. สำหรับผู้ที่อยากเห็นเมืองในมุมสูงช่วงพระอาทิตย์ตก และรอบ City Lights เวลา 19.30 น. เหมาะสำหรับผู้ชอบแสงสียามค่ำคืน

4 ออนเซ็นกลางหิมะในฮอกไกโด

http://www.havilahs.com/4-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84-2/

4 ออนเซ็นกลางหิมะในฮอกไกโด







เมื่อพูดถึงหน้าหนาวเรามักจะต้องตามหาที่พักอบอุ่น อาหารร้อนๆ รวมถึงเสื้อผ้าที่ไว้ใส่เพื่อป้องกันความหนาวเย็น การแช่ออนเซ็นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนญี่ปุ่นสนใจไม่แพ้กัน ทำให้สถานที่พักในฤดูหนาวจึงจะมาพร้อมกับการแช่ออนเซ็นกลางหิมะซึ่งที่ฮอกไกโดเองก็มีอยู่หลายสถานที่ให้เราได้ไปลองใช้บริการกัน
4. ชิโรงาเนะออนเซ็น (白金温泉ホテル )
596eeb2cc2eb1_596ee74912cf9_2
โรงแรมสุดหรูที่ทำให้ท่านสามารถดื่มด่ำบรรยากาศการแช่ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางหิมะและความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ที่แห่งนี้มีบ่อแช่ที่มีสีฟ้าสวยสะอาดซึ่งนับว่าเป็นไฮไลท์สำคัญเลยก็ว่าได้ สาเหตุของสีน่าจะมาจากแร่ธาตุต่างๆในตัวน้ำรวมถึงแสงสะท้อนจากแสงแดดและหิมะจึงทำให้มีสีฟ้าที่สดใสมากยิ่งขึ้นรวมถ้าใครได้มาลองพักผ่อนที่โรงแรมแห่งนี้ก็ต้องได้ลงแช่ทุกคนไป
3. ยูโกะมาโชว (湧駒荘)
596eeb2e14b54_596ee78f1301b_1

อีกหนึ่งสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นกลางแจ้งด้วยธรรมชาติที่รายล้อมกับอาหารประจำถิ่นเลิศรสที่เสิรฟ์ในยามค่ำพร้อมชมความงามของหิมะและความพิเศษของออนเซ็นนี้คือตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทำให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริงทั้งหินและน้ำที่ได้สัมผัสทุกอย่างล้วนเป็นของจริงที่มาจากธรรมชาติทั้งหมดไม่มีการเติมแต่งใดๆอย่างแน่นอน
2. นุคุโมริโนะยาโดะ ฟุรุคาว่า ( ぬくもりの宿 ふる川)
596eeb2f235aa_596eeb1341380_1

ที่พักพร้อมออนเซ็นในสโลแกนว่า “จะทำให้คุณรู้สึกอยากกลับบ้านเกิดของคุณ” ด้วยการพักผ่อนเต็มรูปแบบทั้งกายและใจ ชำระความเหนื่อยล้าให้หมดสิ้นไปด้วยสไตล์การพักผ่อนของตนเองไม่ว่าจะรูปแบบใดทางที่พักแห่งนี้ก็มีคำตอบสำหรับคุณ สามารถพากันมาได้ทั้งครอบครัว
1.คุรามุเระ (蔵群)
58693c26c8b19_586935eee5057_2

ออนเซ็นแบบปิดที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของทุ่งหิมะที่ไกลสุดลูกหูลูกตาเหมาะสำหรับวันหยุดของเหล่าคนทำงานที่ต้องการนอนหลับพักผ่อนและเพลิดเพลินไปบาร์ดื่มที่มีสาเกและบรั่นดีหลากหลายชนิดให้ได้ลองหรือจะเป็นร้านกาแฟก็มีให้บริการเช่นกัน จึงนับได้ว่าไม่ใช่เพียงแค่สวรรค์ของคนชอบชมธรรมชาติแต่เป็นสวรรค์ของนักดื่มอีกด้วย

ผลการจัดอันดับเรื่องสุดช็อค ที่คนต่างจังหวัดตกใจเมื่อมาถึงโตเกียวเป็นครั้งแรก

http://www.havilahs.com/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8/#prettyPhoto





ผลการจัดอันดับเรื่องสุดช็อค ที่คนต่างจังหวัดตกใจเมื่อมาถึงโตเกียวเป็นครั้งแรก







คนไทยหลายคนคงติดภาพว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ล้ำสมัย มีความเจริญในทุกๆ ด้าน เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำยุคใช่ไหมล่ะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาพจำเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นของเรามักเป็นวิถีชีวิตของคนในเมืองใหญ่อย่างเช่นโตเกียว ที่จริงตามต่างจังหวัดของประเทศญี่ปุ่นในบางพื้นที่การพัฒนาในด้านต่างๆ ก็ยังไม่ได้ทั่วถึงเท่าที่ควร ความเป็นชนบทในพื้นที่เหล่านั้นช่างแตกต่างกับสิ่งที่เรานึกถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง คราวนี้เราจะเอาข้อมูลผลการจัดอันดับเรื่องราวที่คนต่างจังหวัดของญี่ปุ่นตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ไปโตเกียวเป็นครั้งแรกมาฝากกัน มาดูกันดีกว่าว่า คนญี่ปุ่นด้วยกันเขายังตกใจกับเรื่องอะไรบ้างเมื่อมาที่โตเกียว
เรื่องราวสุดช็อคอันดับ 1 เมื่อมาถึงโตเกียวเป็นครั้งแรกสำหรับคนญี่ปุ่นก็คือ “คนเยอะมาก” (2,766 โหวต) โดยมีผู้ตอบคำตอบดังกล่าวคิดเป็น 36% ของจำนวนผู้ตอบคำถามทั้งหมด ส่วนอันดับที่ 2 คือ “รถไฟซับซ้อนมาก” (1,772 โหวต) อันดับ 3 “ระยะทางแต่ละสถานีรถไฟสั้น” (691 โหวต) อันดับ 4 “ตึกหรือสิ่งปลูกสร้างเยอะ” (688 โหวต) และอันดับที่ 5 คือ “คนเดินกันเร็วมาก” (657 โหวต) ส่วนอันดับที่ 6 ที่เห็นด้วยมากๆ เลยก็คือ “บ้านเล็กมาก” (237 โหวต) คนที่เกิดตามต่างจังหวัดของญี่ปุ่นเมื่อมาเห็นบ้านหรือห้องเช่าที่โตเกียวถึงกับงงกันเลยทีเดียวว่ามันเล็กมากจริงๆ
หลายคนที่เคยไปโตเกียวแล้วก็คงรู้กันดีใช่ไหมว่า ที่โตเกียวนี่คนเยอะจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลา rush hour ไม่ว่ามองไปที่ไหนก็เห็นแต่คนเต็มไปหมด ไม่ใช่แค่คนเยอะอย่างเดียวแถมยังเดินกันเร็วมากๆ ทุกคนเหมือนกับไหลไปเรื่อยๆ แค่พยายามจะเดินไปในทิศทางที่ตัวเองอยากจะไปยังทำได้ลำบากเลย ส่วนเรื่องความสลับซับซ้อนของรถไฟนี่ก็ไม่ต้องพูดถึง ไม่ใช่แต่ชาวต่างชาติอย่างเราเท่านั้นนะที่งง เพราะตามต่างจังหวัดหรือตามชนบทของประเทศญี่ปุ่น ทุกที่ไม่ได้มีระบบรางที่เพียบพร้อมเหมือนอย่างในโตเกียว บางที่ถึงกับไม่มีรถไฟเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อมาถึงโตเกียวหลายๆ คนเลยแตกตื่นกับความสลับซับซ้อนของรถไฟในโตเกียวเหมือนกัน ไม่เพียงแต่สายรถไฟเท่านั้นนะที่งง ทางเดินต่างๆ ในสถานีใหญ่ๆ ก็ซับซ้อน เล่นเอาเดินหลงแล้วหลงอีกได้เหมือนกัน
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเรื่องราวช็อคๆ หลังจากได้มาโตเกียวเป็นครั้งแรกของชาวญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็รู้สึกเหมือนกันหรือเปล่านะ? ถึงจะเป็นเรื่องที่ทำให้ตกใจ หรือทำให้เราอยู่ในภาวะทำตัวไม่ถูกไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นเอกลักษณ์ของโตเกียว ที่เพื่อนๆ ควรได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง

“นิไรคาไน” ดินแดนเทพโพ้นทะเลโอกินาวา

http://www.havilahs.com/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%99-%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B9%89/

“นิไรคาไน” ดินแดนเทพโพ้นทะเลโอกินาวา



จะเป็นวัฒนธรรมไหนก็ตามต่างก็มีความเชื่อเรื่องดินแดนของเทพอยู่เสมอ ในขณะที่คนไทยจินตนาการถึงเขาพระสุเมรุ คนริวกิว (琉球) หรือปัจจุบันคือโอกินาวา (沖縄) ก็มองออกไปนอกทะเลและจินตนาการถึง “นิไรคาไน (ニライカナイ)” ดินแดนเทพที่อยู่ ณ เส้นขอบฟ้าค่ะ ในช่วงปีใหม่แบบนี้ที่เทพเจ้าจากนิไรคาไนจะมาเยี่ยมโลกมนุษย์ตามความเชื่อของโอกินาวา เรามารู้จักนิไรคาไนกันค่ะ
นิไรคาไนคือที่แบบไหน?
img_7009
“ทะเลแห่งนิไร (ニライの海)” หนึ่งในผลงานศิลปะที่ถูกจัดแสดงในหอสันติภาพ อนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพ (平和祈念公園) จังหวัดโอกินาวา เป็นผลงานที่มีธีมคือ “นิไรคาไน”
นิไรคาไนเป็นความเชื่อที่พบได้ในเกาะโอกินาวา (沖縄本島) เกาะอามามิ (奄美大島) และจังหวัดคาโกะชิมะ (鹿児島県) ของญี่ปุ่นค่ะ ตามความเชื่อแล้วนิไรคาไนตั้งอยู่โพ้นทะเลตะวันออกของเกาะโอกินาวา เป็นโลกอีกโลกหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์และมีความสุข เป็นดินแดนในอุดมคติ กล่าวได้ว่าเป็นสรวงสวรรค์ในความเชื่อของคนในพื้นที่ก็ว่าได้ค่ะ และที่ดินแดนนี้จะมีเทพสูงสุดอยู่องค์หนึ่งซึ่งปกครองเทพองค์อื่นๆ ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขค่ะ คำเรียกนิไรคาไนนั้นต่างกันออกไปตามแต่ละเกาะที่มีภาษาถิ่นเป็นของตัวเองค่ะ เช่น นิรุยะ (にるや) นีระ (にーら) นิโร (にろー) หรือบ้างก็เรียกนิไรคาไนว่าวังมังกร (竜宮) เป็นต้นค่ะ
ในภาษาถิ่นมีคำเรียกคนของนิไรคาไนว่า “อามันจุ (あーまんちゅ)” โดย “อามะ” แปลได้ว่า “ที่นั่น” และ “จุ” หมายถึง “คน” ค่ะ รวมกันแล้วแปลได้ว่า “คนของที่ที่ห่างไกลออกไป” ซึ่งก็คือคนจากนิไรคาไนที่อยู่โพ้นทะเลนั่นเองค่ะ
ดินแดนของเทพและวิญญาณ
แม้เทพเจ้าต่างๆ จะอาศัยอยู่ที่นิไรคาไน แต่ก็จะมีช่วงเวลาที่เทพเจ้าจะมาเยือนโลกฝั่งนี้อยู่ค่ะนั่นคือช่วงขึ้นปีใหม่ค่ะ โดยเทพเจ้าจะมาเยือนโลกมนุษย์และอยู่ที่นี่จนถึงสิ้นปีจึงจะกลับไปยังนิไรคาไน และจะกลับมาเยือนอีกในตอนปีใหม่ค่ะ
4072
เทศกาลต้อนรับเทพเจ้าจากนิไรคาไนของเกาะยาเอยามะ (八重山)
นอกจากเป็นดินแดนของเทพเจ้าแล้ว นิไรคาไนยังเป็นดินแดนของวิญญาณอีกด้วยค่ะ ถ้าเป็นความเชื่อของคนไทยเราที่เชื่อในวัฏสงสารก็จะเชื่อว่าวิญญาณล้วนเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ แต่สำหรับคนโอกินาวาแล้วนิไรคาไนเป็นดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดวิญญาณของเรา และเมื่อเราตายไป วิญญาณของเราก็จะกลับไปยังที่ที่เราจากมา นั่นคือนิไรคาไนค่ะ และหลังจากผ่านไปเจ็ดปีให้หลังจากที่เสียชีวิต วิญญาณนั้นๆ ก็จะกลายเป็นเทพคุ้มครอง (守護神) ที่ปกป้องดูแลผู้คนต่อไป กล่าวคือเป็นดินแดนที่วิญญาณคนตายจะเกิดใหม่นั่นเองค่ะ
c98b3c2b-8668-4846-b9d5-db0db
ทั้งนี้คาดว่ามาจากรากฐานความเชื่อของโอกินาวาที่นับถือวิญญาณบรรพบุรุษนั่นเองค่ะ และช่วงเวลาเจ็ดปีนี้ตรงกับกระบวณการทำพิธีศพของคนโอกินาวาด้วยค่ะ โดยพิธีศพแต่โบราณของโอกินาวานั้นจะไม่นำร่างผู้เสียชีวิตไปเผาหรือฝังดิน แต่จะนำใส่หีบเก็บกระดูกไว้และรอเจ็ดปีให้ร่างนั้นสลายไปเหลือแต่กระดูกก่อนจะนำกระดูกนั้นมาล้างและนำเข้าไปบรรจุไว้ในสุสานของครอบครัวต่อไปค่ะ อาจจะเป็นช่วงเวลาเจ็ดปีนี้เองที่วิญญาณผู้เสียชีวิตจะกลับมาเกิดเป็นเทพที่คุ้มครองลูกหลานต่อไป
img_8
ตัวอย่างหีบเก็บกระดูกในพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาสึโบยะ (壺屋焼物博物館)
อาจจะฟังดูน่ากลัวบ้างสำหรับเพื่อนๆ บางคน แต่ถ้านึกถึงวัฒนธรรมไทยที่เดิมนับถือผีและวิญญาณบรรพบุรุษแล้ว อาจจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจศึกษาวัฒนธรรมโอกินาวา “นิไรคาไน” เป็นหนึ่งในความเชื่อที่ฝังรากลึกและช่วยให้เราเห็นภาพรวมของวัฒนธรรมโอกินาวาได้มากขึ้นทีเดียวค่ะ ในโอกาสสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่นี้ มองออกไปนอกทะเลตะวันออกเพื่อส่งและต้อนรับเทพจากนิไรคาไนกันค่ะ
seaofoka

เกาะขาม จ.ตราด ไข่มุกแห่งทะเลอ่าวไทย เกาะน้ำใสที่ไร้ความวุ่นวาย

http://www.havilahs.com/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%88-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%94-%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88/

เกาะขาม จ.ตราด ไข่มุกแห่งทะเลอ่าวไทย เกาะน้ำใสที่ไร้ความวุ่นวาย







หากพูดถึงเกาะสวยๆ น้ำใสๆ หลายคนคงคิดไปถึงทะเลฝั่งอันดามันในช่วงภาคใต้ของประเทศไทย
แต่หากคุณเป็นคนที่มีเวลาน้อยและอยากเที่ยวทะเลสวยๆ เที่ยวเกาะที่น้ำทะเลใสๆ แบบไม่แพ้ฝั่งอันดามัน วันนี้  มีเกาะสวยน้ำใสที่อยู่ในฝั่งอ่าวไทยมาแนะนำให้รู้จักกันครับ
18485631_428574404201878_2452
18485653_428574374201881_2989
เกาะขาม คือชื่อของเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเกาะหมาก เป็นดั่งเกาะบริวารของเกาะหมากแห่งท้องทะเลจังหวัดตราด
หากพูดถึงชื่อของเกาะหมากหลายๆ คนอาจจะเคยรู้จักและได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่หากพูดถึงเกาะขามจังหวัดตราดเชื่อว่าหลายคนคงทำหน้าสงสัย
เพราะเกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ยังไม่มีผู้คนรู้จักแพร่หลายมากนัก แต่ความงดงามของที่นี่นั้น ควรค่าแก่การไปเห็นด้วยตาตนเองสักครั้งจริงๆ
18485821_428574430868542_2069
18485825_428574437535208_5470
น้ำทะเลบริเวณเกาะขามนี้ใสแจ๋ว มองเห็นพื้นด้านล่างได้ด้วยตาเปล่าในวันที่แดดออก น้ำทะเลสีฟ้าใส เหมือนดั่งเช่นทะเลอันดามันไม่ต่างกันเลย
หาดทรายสีขาวเม็ดละเอียดเดินเล่นได้อย่างนุ่มเท้าจริงๆ และที่สำคัญที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ ที่เงียบสงบ ไม่มีที่พักบนเกาะ ผู้คนไม่พลุกพล่าน จะถ่ายรูปมุมไหนก็ได้ดั่งใจไม่ติดผู้คนให้เสียอารมณ์
18486058_428574410868544_2116
18527730_428574380868547_1755
มีสะพานไม้ยื่นออกไปในทะเลเป็นแลนด์มาร์กที่งดงามในการถ่ายรูป หากใครได้เคยไปสัมผัสกับทะเลในฝั่งอันดามันมาบ้างแล้ว มาที่นี่คุณคงมีคิดว่ามันไม่ต่างกันเลยจริงๆ
ไม่น่าเชื่อว่าฝั่งอ่าวไทยที่หลายๆ คนบอกว่าทะเลสวยไม่เท่าอันดามันจะมีเกาะเล็กๆ ที่สวยงามขนาดนี้ซุกซ่อนอยู่ด้วย ใครมาเที่ยวเกาะหมากอย่าพลาดมาชมความมหัศจรรย์ของอ่าวไทยที่เกาะขามกันครับ
18527765_428574480868537_2093
18556986_428574507535201_3982
การเดินทาง : สามารถนั่งเรือเล็กต่อมาจากเกาะหมากได้ เกาะจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม เกาะหมากโคโค่เคป